Home

โรงเรียนเอกชนหรือรัฐบาลดี ?

    หลายคนกำลังมองหาโรงเรียนประจำให้ลูกของท่าน ซึ่งโรงเรียนประจำก็จะมีทั้งเอกชนและรัฐบาล โดยคนที่อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนเอกชนก็จะต้องนั่งหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนแล้ว ว่าโรงเรียนไหนเป็นอย่างไรไกลบ้านหรือว่าใกล้ไหมของท่านไหม ซึ่งจะสะดวกต่อการเดินทางไปส่งตอนเข้าเรียนหรือไม่นั้นเอง ซึ่งการให้ลูกเข้าโรงเรียนประจำนั้น คือว่าผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกนั้นเอง เลยไม่อยากให้เด็กไม่มีคนดูแลเลยส่งให้เรียนโรงเรียนประจำ แต่เราสามารถไปพบลูกได้ตลอดในเวลาที่เขาเรียน ซึ่งสะดวกต่อการที่เรามีเวลาให้ลูกเมื่อไหร่และสามารถไปหาลุกได้นั้นเอง

โรงเรียนรัฐบาล "Public School"

โรงเรียนของรัฐบาลจะนำอาจารย์ที่สอนวิชาที่ตัวเองไม่ได้จบมา มาสอนเด็กแทนเพราะว่าอาจารย์สามารถสอนได้นั้นเอง แต่โรงเรียนเอกชนจะทำการสอบอาจารย์ ที่จบหลักสูตรการเรียนการสอนมาตรงกับวิชาที่เข้าสอนเด็กนั้นเอง ซึ่งข้อดีก็จะเป็นผลดีกับเด็กอย่างมากเพราะเด็กสามารถเรียนรู้และเข้าถึงวิชาที่สอนได้มากขึ้นและง่ายกว่า เพราะการที่เรานำอาจารย์ที่เรียนจบเอกภาษาอังกฤษแต่ให้เขาไปสอนวิชาคณิตศาสตร์ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดสักเท่าไหร่ ซึ่งการสอนในแนวนี้จะไม่เป็นผลดีกับตัวเด็กเลย เพราะเด็กจะไม่สามารถเข้าใจวิชาที่ตัวเองเรียนอย่างง่าย

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

โรงเรียนหญิง จังหวัดเชียงราย

โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม

โรงเรียนชาย จังหวัดเชียงราย

โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร

โรงเรียนชาย จังหวัดน่าน

"Institut auf dem Rosenberg"

Institut auf dem Rosenberg เป็นโรงเรียนประจำที่ติดอันดับในประเทศสวิสแลนด์ ซึ่งการเรียนการสอนก็จะสอนเป็นสองภาษาด้วยกันคือ เยอรมัน อังกฤษ และเรื่องสังคมสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนจะเป็นแนวรักธรรมชาติ เพราะโรงเรียนจะถูกล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งธรรมชาตะจะทำให้นักเรียนผ่อนคลายเวลานั่งเรียนนั่นเอง และหลักการเรียนการสอนก็จะเหมือนโรงเรียนประจำทั่วไป

โรงเรียนเอกชน Private School

โรงเรียนประจำจะเป็นโรงเรียนที่ต้องกินนอนพักที่โรงเรียน และกฎระเบียบของโรงเรียนก็จะต่างกันไป ซึ่งโรงเรียนประจำรัฐบาลกับเอกชนก็จะต้องมีข้อแตกต่างกันอยู่แล้ว เพราะว่ากฎระเบียบแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน และอาจารย์ที่มาสอนเด็กนักเรียนจะถูกประเมินมาต่างกัน เพราะโรงเรียนเอกชนจะต้องคัดสรรอาจารย์ที่มีคุณภาพสูงและใส่ใจในการเรียนการสอน เพื่อที่จะให้เด็กนักเรียนเก่งขึ้นและสามารถเรียนรู้ได้ไว และสอนทักษะการเรียนรู้ต่างๆให้กับนักเรียนโดยตลอด แต่โรงเรียนรัฐบาลจะนำอาจารย์ที่บรรจุเป็นเงินของทางหลวงเข้ามารับราชการ หรือสอบครูผู้ช่วยต่างๆเข้ามา และจะนำอาจารย์ที่ไม่ได้จบเรื่องวิชาที่สอนมาสอนอีกวิชาหนึ่ง ซึ่งข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก

โรงเรียนเบญจมินทร์

โรงเรียนสตรีวรนาถบางเขน

โรงเรียนราชินีบน

Last New

การศึกษา
สิ่งหนึ่งที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นๆ บนโลกใบนี้ ก็คือ มนุษย์มีมันสมองที่สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ และเรียนรู้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพราะฉะนั้นพื้นฐานของการดำรงอยู่อาศัยในโลกปัจจุบันนี้ ก็คือการเรียนรู้แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีบุคคลหรือประชากรที่อยู่ในวัยเรียน ไม่ให้ความใส่ใจกับการเรียนสักเท่าไหร่นัก ซึ่งปัญหานี้จะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อมาในอีกหลายๆ เรื่อง ไม่ตั้งใจเรียนส่งผลกระทบอะไรบ้าง มาศึกษากัน ส่งผลกระทบทางจิตใจของนักเรียน ในชีวิตจริงของคนเรา การที่เด็กคนหนึ่งจะไม่สนใจการเรียนนั้น มีได้ด้วยการมากมายหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะทางสภาพแวดล้อมที่โรงเรียน จากสภาพแวดล้อมทางครอบครัว หรือแม้แต่ความเครียด
การศึกษา
การเรียนรู้คืออีกหนึ่ง องค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะมนุษย์ที่จำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้เพื่อยกระดับ และพัฒนาชีวิต รวมทั้งพัฒนาสติปัญญาของตน ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น โดยการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ช่วยในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม, ทัศนคติ และความคิดต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งขั้นตอนการเรียนรู้และวิธีการเรียนรู้นี้ สามารถมีได้ในหลายๆ ทาง แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล หากแต่ส่วนใหญ่แล้ว การเรียนรู้จะมาจากประสบการณ์รวมทั้งการฝึกฝน วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับแนวทางในการเรียนรู้อีกประเภทหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งการเรียนรู้นั่น ก็คือ ‘ธรรมชาติการเรียนรู้’
มาแตร์เดอี
เป็นโรงเรียนคาทอลิกเอกชนดำเนินการโดย แม่มารี เบอร์นาร์ด มังแซล “มาแตร์เดอี” เป็นวลีภาษาละตินหมายถึง “มารดาของพระผู้เป็นเจ้า” ในปี พ. ศ. 2468 คณะอุร์สุลินแห่งสหภาพโรมันส่งซิสเตอร์ชาวยุโรปสี่คนไปทำงานด้านการศึกษาในประเทศไทยตามคำเชิญของ Archbishop Rene Perros หัวหน้าคณะเผยแผ่คาทอลิกในประเทศไทย ในปี พ. ศ. 2469
โรงเรียนสหศึกษา
เมื่อพูดถึงโรงเรียนมีเรามักจะพูดถึงสองประเภท ได้แก่ โรงเรียนแบบผสม และโรงเรียนชายล้วน/หญิงล้วน “โรงเรียนสหศึกษา” เป็นชื่อเรียกอีกอย่างของโรงเรียนแบบผสม ซึ่งจะมีนักเรียนชายหญิงรวมกัน โรงเรียนสหศึกษามีข้อดีหลายอย่างสำหรับนักเรียน แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันเมือเอานักเรียนสองเพศมาอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นวัยกำลังเจริญเติบโต เราลองมาดูกันว่ามันมีอะไรแตกต่างกันบ้าง การสอนให้มีความเท่าเทียมกัน มีนักเรียนทั้งชายและหญิงเข้าร่วมชั้นเรียนด้วยกัน และเข้าร่วมในกิจกรรมชั้นพร้อมกัน นักเรียนเหล่านี้จะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันระหว่างชายหญิง ตรงข้ามกับโรงเรียนชายล้วนหรือหญิงล้วน โรงเรียนสหศึกษาปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเพศ ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียบกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ส่งเสริมการขัดเกลาทางสังคม บางคนที่ไม่ได้รับการศึกษาในโรงเรียนสหศึกษา
แป๊ะเจี๊ยะ
ธรรมเนียมในการจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยของโรงเรียนอยู่คู่กับสังคมไทยมานานแล้ว เราเคยได้ยินกระแสข่าวอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายเงียบไปตามระเบียบ แม้ว่าโรงเรียนในไทยจะมีอยู่มากมาย แต่เมื่อผู้ปกครองที่มีกำลังทรัพย์ก็มักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ สิ่งนี้ทำให้โรงเรียนที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดมีคนแห่มาสมัครกันจนเต็มโควตา แทนที่หลายโรงเรียนจะใช้วิธีการสอบเพื่อคัดเลือกเป็นเกณฑ์หลักในการรับนักเรียน แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ “แป๊ะเจี๊ยะ” นั่นเอง เป็นวิธีที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว ขอแค่ผู้ปกครองมีเงินถึง แล้วคำถามที่ว่าเราจำเป็นต้องจ่ายไหมคำตอบก็คือ “แล้วแต่คุณครับ” แต่โอกาสที่เด็กจะได้เข้าเรียนนั้นมีต่ำมากๆ จะเอาอะไรไปเทียบกับคนที่จ่ายเงิน ไม่ว่าจะเรียนเก่งแค่ไหนถ้าเกิดเด็กเส้นเต็มแล้ว ทำยังไงก็คงไม่ผ่านเข้าไปเรียนได้ ผู้ปกครองบางคนดูเหมือนว่าจะยินดีที่จะจ่ายเพื่อให้ลูกเข้าไปเรียน ในขณะที่บางคนมีฐานะยากจนแต่อยากให้ลูกเรียนดี
อาชีพในอนาคต
สำหรับน้องๆที่กำลังค้นหาตัวเอง และอยากรู้ว่าเราจะเลือกอาชีพไหน เข้ากับตัวเองมากที่สุด สามารถสร้างรายได้ไปพร้อมกับความสุข วันนี้เรามีข้อคิดดีๆมาฝากให้ลองไปขบคิดกันดูค่ะ   วิเคราะห์ว่าตัวเองชอบการทำงานแบบไหน ยกตัวอย่าง เช่น บางคนชอบการทำงานร่วมกันกับคนหมู่มาก ในขณะที่บางคนชอบทำงานเงียบๆแบบฉายเดี่ยว ขอให้แน่ใจว่าน้องๆชอบจริงๆ เพราะจะได้เลือกงานในฝันได้อย่างตรงใจตัวเองที่สุด เพราะถ้าแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองชอบแบบไหนแล้ว ก็ย่อมหาสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ทำให้น้องๆมีความสุขได้ยาก ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ต้องการ เป็นการวางแผนอย่างรัดกุม ให้คิดไว้ว่าตัวเองอยากได้งานรูปแบบไหน
การเรียนรู้ด้วยตนเอง
คือ กระบวนการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเอง โดยเลือกเรื่องเรียนจากความสนใจ , ความปรารถนา รวมทั้งความถนัด ถึงแม้จะเป็นการศึกษาด้วยตัวเองหากแต่ก็ต้องมีเป้าหมาย อีกทั้งยังต้องเป็นผู้รู้จักแสวงหาแหล่งเรียนรู้ เลือกวิธีเรียนและประเมินความก้าวหน้าของตนเอง ซึ่งตรงจุดนี้สามารถทำด้วยตนเอง หรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็ได้ สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นก็มีมากมายหลายรูปแบบ เช่น… อ่าน อภิปราย เขียน สัมภาษณ์ ท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้นๆ
การเขียน planner
การตั้งเป้าหมายมีความสำคัญมากกับการดำเนินชีวิตของทุกๆคน แน่นอนว่าแม้แต่เด็กวัยเรียนเองก็เช่นเดียวกัน โดยสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งไปกว่าการตั้งเป้าหมายก็คือ ความตั้งใจบวกกับวินัยที่ดี  สำหรับในวันนี้น้องๆที่กำลังศึกษาอยู่เราจะมาแนะนำวิธีเขียน Planner อ่านหนังสืออันมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการกำหนดแนวทางในการตื่นมาใช้ชีวิตในทุกๆวัน ก่อนอื่นให้คุณเข้าไปดาวน์โหลดตาราง Planner เพื่อการอ่านหนังสือจากลิ้งค์นี้ มาใช้ได้เลย https://drive.google.com/file/d/0B45DA9s_OdOUMzhaSHI5czBKZHc/view?usp=sharing โดยภายในตารางนี้จะประกอบด้วยวันที่คุณต้องอ่านหนังสือวิชาต่างๆ และวันนับ Count down เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะสอบมาก คุณสามารถเขียนลงในตารางไว้ได้เลยว่า วันนี้จะอ่านวิชาอะไร
การทำงานเป็นทีม
‘การเรียนรู้แบบร่วมมือ’ คือ อีกรูปแบบหนึ่งของการเรียนการสอน โดยการใช้วิธีแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ซึ่งสมาชิกภายในกลุ่มล้วนมีความสามารถแตกต่างกัน เข้ามาทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตลอดจสร้างความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในส่วนของตน และส่วนรวม เพื่อให้ ‘กลุ่ม’ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ความสัมพันธ์ในเชิงบวก การที่สมาชิกทำงานอย่างมีเป้าหมายร่วมกันนั้น แน่นอนว่าจะมีการแบ่งปันวัสดุ - อุปกรณ์ รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ในการทำงาน ซึ่งทุกคนมีทั้งบทบาทหน้าที่
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเรื่องที่กลายมาเป็นกระแสหลักของสังคม ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ อันเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้เรียนจวบไปจนตลอดชีวิต คือ กระบวนการเรียนรู้ซึ่งสอดแทรกเข้าไปในวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างกลมกลืน โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นแนวคิดซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสัง   คม ให้ความสำคัญกับความรู้ในฐานะพลังขับเคลื่อนสังคมอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้สังคมก้าวไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยการเรียนรู้จะต้องเกิดขึ้นในทุกระดับของสังคม เริ่มระดับครอบครัว,ชุมชน,องค์กร ไปจนถึงสังคมขนาดใหญ่ โดยการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าคนในสังคมนั้นๆไม่เห็นถึงความสำคัญในกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเป็นผู้ใหญ่ที่จบการศึกษาตามหลักสูตรไปแล้วก็ตาม