ระบบการเลื่อนชั้นเรียนของต่างประเทศแตกต่างจากประเทศไทยอย่างไร

October 31, 2018 | การอยู่โรงเรียนประจำ | By admin | One Comment

สำหรับระบบการศึกษาของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา มีสาขาวิชาให้นักเรียนได้เลือกมากมาย ตัวนักเรียนจะต้องตัดสินใจเลือกตั้งแต่ โรงเรียน , หลักสูตรวิชาเรียน , สถานที่ตั้งของโรงเรียน แต่สำหรับระบบเลื่อนชั้นเรียนจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ?

 

โรงเรียนชั้นประถมศึกษาและโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษา

การศึกษาภาคบังคับของสหรัฐอเมริกา www.sbobet24hr.com จะแตกต่างกันไปแต่ละรัฐ โดยบางรัฐเริ่มเข้าเรียนตอนอายุ 5 ปีบังคับให้เรียนถึง 14 ปี , บางรัฐเริ่มต้นเข้าโรงเรียนตอน 8 ปี และต้องเรียนจนอายุ 18 ปี เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วนักเรียนก็จะเรียนกันจนจบ High School

ก่อนที่นักเรียนในสหรัฐอเมริกา จะเข้าทำการศึกษาในระดับขั้นสูง Higher education ได้นั้น ก็จำเป็นต้องสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาก่อน โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 12 ปี ซึ่งมีชื่อเรียกแต่ละปีเหล่านี้ว่า ‘เกรด’ โดยเริ่มตั้งแต่เกรด 1 – 12  นักเรียนชาวอเมริกันเริ่มต้นเข้าเรียนเมื่ออายุ 6 ขวบ เริ่มจากการศึกษาในระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนประถมศึกษาก่อนหรือ Elementary school จะใช้เวลาศึกษาระดับนี้ทั้งหมด 5 – 6 ปีแล้วจึงจะสามารถเข้าทำการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาได้

สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา Secondary school มีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตรด้วยกัน โดยหลักสูตรแรก คือ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ Middle school หรือ Junior high school ต่อมาหลักสูตรที่ 2 คือหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย High school นักเรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรก็ต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลังจากนั้นจึงจะสามารถสมัคร ทำการศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยได้ โดยเรียกว่า Higher education

การเรียนการสอนในสหรัฐอเมริการะดับประถม จะเน้นไปที่การเรียนและทำกิจกรรมตามที่นักเรียนสนใจ อีกทั้งจะต้องมีการสอบข้อสอบส่วนกลาง ‘SAT’ แล้วใช้คะแนนที่ได้รวมกับเกรดจากการเรียนไปสมัครที่มหาวิทยาลัย และคณะที่ตนสนใจได้เลย โดยไม่ต้องผ่านส่วนกลางใด ๆ อีก แต่ถ้าคุณจะเข้าเรียนในระดับปริญญาโท นอกจากเกรดที่ได้มาจากปริญญาตรีแล้ว ก็จะต้องมี Personal statement , คะแนน GMAT เข้ามาเพิ่มเติมด้วย แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องส่ง VDO Presentation ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายๆกับ Personal statement เช่น Harvard Law School ซึ่งมีกฎให้นักเรียนผู้สมัครต้องส่ง VDO Presentation นี้มาด้วย

นอกจากนี้นักเรียนในระบบการศึกษาของอเมริกา นอกจากเข้าเรียนในสถานศึกษาของรัฐบาลแล้ว ก็ยังมีทางเลือกอีก 2 ทางคือ Private School กับ Home School Private School หรือ โรงเรียนเอกชน กับการเรียนที่บ้าน สำหรับการเรียนที่บ้าน คือ นักเรียนจะต้องเรียน พร้อมทำการบ้านส่งตามหลักสูตร เมื่อถึงกำหนดก็ไปสอบเลื่อนชั้น ซึ่งข้อสอบจะเป็นข้อสอบมาตรฐานใช้ทดสอบนักเรียนทุกคน ทุกโรงเรียนในระบบการศึกษา ถ้าผ่านจึงจะได้เลื่อนชั้น สำหรับการเรียนแบบนี้ในสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งมอบให้แก่นักเรียนตั้งแต่ชั้นปีแรก จนถึงระดับมหาวิทยาลัย

One comment on “ระบบการเลื่อนชั้นเรียนของต่างประเทศแตกต่างจากประเทศไทยอย่างไร”

  1. woravis

    มันก็คือความจริงครับ ที่ว่าการศึกษาของไทยนั้นยังถือว่าห่างชั้นกับต่างประเทสอยู่หลาย step นัก แต่ผ็ก้เชื่อว่าในภาพรวมแล้วของเราก็ดีกว่าหลายแระเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรายังขาดปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนารูปแบบของการศึกษาให้ก้าวทันประเทศเพื่อนบ้านของเราก่อน อย่างที่บอกไป ผมว่าเด็กต่างชาติ เช่น พม่า หรือเขมรที่เป็นเพื่อนบ้านของเรานี่พุดภาษาอังกฤษเก่งมากเลยนะครับ อาจจะเป็นเพราะเค้าได้รับการปลุกฝังมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าการศึกษากาในก้านอื่นนั้นอาจจะไม่ดีเท่าของไทย แต่เราควรที่จะปรับปรุง และนำข้อดีของระบบการศึกษากาของเค้ามาพัฒนาของเรา อะไรที่ไมดีก็ตัดออก โดนเฉพาะการเรียนพิเศษซึ่งผมคิดว่าถ้าในห้องเรียนนั้นการศึกษามีคุณภาพจริง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนหรอกครับผม แต่ก็อย่างว่า อะครับถ้าเราได้นำคนรุ่นใหม่เข้าไปอยู่ในระบบการศึกษา และมีการนำมาใช้จริง ก็คงจะดีไม่น้อย

Comments are closed.