ฟินแลนด์ ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

September 30, 2018 | การอยู่โรงเรียนประจำ | By admin | 0 Comments

‘ฟินแลนด์’ เป็นประเทศเล็กๆ ตั้งอยู่ในยุโรปตอนบน มีประชากรทั้งประเทศเพียงแค่ 5 ล้านคน โดยประเทศนี้มีจุดเด่น คือ เป็นบ้านเกิดของโทรศัพท์มือถือ Nokia และยังมีนวัตกรรมอีกหลายชิ้น ถือกำเนิดในประเทศฟินแลนด์ โดยความมหัศจรรย์เหล่านี้ ถือกำเนิดมาจากพื้นฐานทางด้านชีวิตความเป็นอยู่อันดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจน้อยมาก เนื่องจากมีการเก็บภาษีสูงแต่เห็นผลลัพธ์จริง ตลอดจนมีการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง จึงทำให้เป็นการบ่มเพาะประชากรมีคุณภาพตั้งแต่วัยเด็ก

เว็บไซต์ World Economic Forum ได้เผยแพร่บทความ ที่เกี่ยวกับผลสำรวจของ Internations ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในต่างประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับอันดับ 1 ของผลสำรวจพบว่าประเทศที่มีระบบการศึกษาคุณภาพดีที่สุดในโลกได้แก่ ‘ฟินแลนด์’ โดย มีผู้เห็นด้วยจำนวนถึง 70 %

อีกทั้งยังมีข้อมูลประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ PISA พบว่า เด็กนักเรียนในประเทศนี้มีผลการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ , คณิตศาสตร์ , การอ่าน ดีกว่าเด็กจากประเทศที่พัฒนาแล้วใน OECD ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ช่วงก่อนสิ้นสุดยุคทศวรรษ 1960 ฟินแลนด์เคยมีเด็กจบระดับชั้นมัธยมศึกษาเพียงแค่ 10% เท่านั้น

ทำไมฟินแลนด์จึงมีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ?

อนุบาลไม่สำคัญเท่าครอบครัว

ประเทศฟินแลนด์จะให้เด็กเรียนเมื่ออายุ 6-7 ปี เพราะอยากให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่า เนื่องจากมีความเชื่อว่าครอบครัวมอบให้ทั้งความรู้ , ความรัก , สอนเรื่องวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามกว่าโรงเรียนอนุบาล ในขณะที่ประเทศไทย พ่อ-แม่ส่วนใหญ่อยากรีบส่งลูกเรียนอนุบาล เพราต้องทำงาน ซึ่งฟินแลนด์เองก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกัน จึงรับนักเรียนตั้งแต่ 8 เดือน – 5 ปี ด้วย มีชื่อเรียกว่า Daycare

โดย Daycare จะมีสนามเด็กเล่นให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองเข้าไปเล่นด้วยกันได้ ให้บริการฟรี แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ต้องการส่งลูกไป Daycare ก็จัดบ้านตัวเองเป็น Daycare ได้ ทางเทศบาลก็จะมีการจ่ายเงินให้ด้วย เพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง และจะมีการสุ่มตรวจอยู่บ่อยครั้งว่ารับเงินไปแล้วตั้งใจดูแลหรือเปล่า

เด็กควรมีเวลาทำในสิ่งที่สนใจ

เด็กในวัยประถม จะเรียนไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง เนื่องจากต้องการให้เด็กวัยนี้ ไปทำในกิจกรรมที่ตัวเองสนใจมากกว่า ถ้าอัดเด็กให้เรียนหนักจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดความเครียด จนกระทั่งเกิดความรู้สึกไม่อยากเรียนได้

ไม่มีเกรดเฉลี่ย

ประเทศนี้มองว่า การเรียนคือการพัฒนาความสามารถของแต่ล่ะบุคคล ซึ่งเกิดมามีความแตกต่างกัน จึงไม่ใช่การแข่งขัน ทำให้ไม่มีเกรดเฉลี่ยมาเป็นตัวแบ่งแยก แต่มุ่งการสร้างความรู้ความเข้าใจในวิชาต่างๆมากกว่า